แอพพลิเคชั่น Last Pass

XOLO ผู้ผลิตรายใหญ่จากอินเดีย เปิดตัว Q2100 พร้อมฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือได้ในตัว

Q2100

ช่วงนี้กำลังเป็นกระแสนิยมอย่างมากสำหรับการเปิดตัวสมาร์โฟนรุ่นใหม่ๆที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละค่ายก็งัดเอาความเจ๋งแจ๋วที่มีของค่ายตนเองออกมาจัดหนักจัดเต็ม เพื่อเรียกความสนใจจากผู้ใช้งาน ในชนิดที่เรียกว่าไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะที่ทุกวันจะมีข่าวการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติเจ๋งๆ ออกมาเพียบ วันนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ ทาง XOLO ผู้ผลิตรายใหญ่จากอินเดีย ก็ออกมาเปิดตัวสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาไม่แพงมากที่มีชื่อว่า Q2100 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์สุดเจ๋งที่หลายคนรอคอย และหลายค่ายได้สนใจนำเอาฟีเจอร์นี้ไปพัฒนา เพื่อติดตั้งในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งฟีเจอร์ที่ว่านี้ก็คือ ฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ หลายคนคงอาจจะเคยได้ยินชื่อเสียงของมันมาพอสมควรแล้ว ทั้งนี้เหตุผลที่มีการนำเอาฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือมาใช้บนโทรศัพท์มือถือ ก็เพราะเป็นการช่วยยืนยันตัวตนบนสมาร์ทโฟน อย่างไรก็ตามฟีเจอร์นี้ก็สามารถที่จะพบได้ในสมาร์ทโฟนจากค่าย Apple และ Samaung แต่ก็ยังคงมีอยู่ในรุ่นที่มีราคาสูง แต่ทางค่าย XOLO กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมฟีเจอร์สุดเจ๋งนี้ มีราคาขายที่คุณเองสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ ขอบอกว่าราคาแตกต่างกันมากค่ะ ทางด้านรายละเอียดของโทรศัพท์ Q2100 นี้มีดังต่อไปนี้

  • มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความบางของตัวเครื่องอยู่ที่ 9.3 มม.มีความละเอียดอยู่ที่ 720p กรอบตัวเครื่องทำจาก Gorilla Glass 3
  • CPU ที่ใช้คือ MediaTek MT6582 ควอดคอร์ Cortex-A7
  • มีความละเอียดของกล้องหลังอยู่ที่ 8 เมกะพิกเซลมีกล้องหน้า
  • มีหน่วยความจำภายใน 8GB และ แรม 1GB
  • มีที่สแกนลายนิ้วมือ และ IR Blaster

จุดเด่นอีกหนึ่งสิ่งที่มารพ้อมกับสมาร์ทโฟน Q2100 นี้ก็คือ ด้านหลังของตัวเครื่องจะมีที่สแกนลายนิ้วมือ และสามารถที่จะทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่น Last Pass ทั้งนี้ก็เพื่อใช้สำหรับปลดล็อคตัวเครื่องได้แทนรหัสพิน และแพทเทิร์น นอกจากนี้สามารถใช้แทนรหัสผ่านได้อีกด้วย เป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมคุณสมบัติที่หลายคนพยายามตามหาอย่างแท้จริง ไปดูในส่วนของราคากันบ้างว่า ผู้ใช้ที่มีงบประมาณการเงินปานกลางจะสามารถเป็นเจ้าของได้หรือไม่ เพราะฟีเจอร์แบบนี้มักจะมาอยู่ในสมาร์ทโฟนรุ่นสูงที่มีราคาแพง แต่สมาร์ทโฟน Q2100 เครื่องนี้ไม่ใช่ค่ะ เพราะมาในราคา 13,499 รูปี หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 7,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงเกินไป สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้ อีกทั้งยังเป็นรุ่นที่รองรับระบบ 2 ซิม ได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นคงจะตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี